ภาษีทรัมป์ (US Tariff) ส่งผลกระทบอย่างไรต่อหุ้น SET50

โดย www.thaiwarrant.com -- Apr 04, 2025

ผล US Tariff on Thailand ต่อดัชนีหุ้น SET50

          หลังจากทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า (Reciprocal Tariffs) กับไทยที่ 37% ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง โดยถ้าเทียบดัชนี SET 3 วันหลังจากที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี (US Tariff on Thailand) ตลาดหุ้นตกไปเกือบ 116 จุด โดยทำให้ดัชนี SET ไปต่ำสุดที่ระดับ 1,056 จุด ณ วันที่ 8 เม.ย. 68 แต่ถ้าดูเป็นหุ้นรายตัว อย่างหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนี SET50 นั้น จะได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป หุ้นบางตัวปรับตัวลงแรง หรือ หุ้นบางตัวไม่เปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวขึ้นก็มี (ตามตารางด้านล่าง)  

ตารางแสดงเปอร์เซ็นต์เปลี่ยนแปลงหุ้นในดัชนี SET50

(ราคาปิดวันที่ 2 เม.ย. 2025 เทียบกับ 8 เม.ย. 2025)
Trump Tariff Chart Thailand : SET50
ไม่มีหุ้น GULF เนื่องจาก GULF ไม่มีราคาปิดวันที่ 2 เม.ย. 2025

  

กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ (US Tariff on Thailand)

          จากตารางข้างต้น หุ้นกลุ่มหลักๆที่ได้รับผลกระทบ คือ หุ้นนิคมฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษี (US Tariff on Thailand) อาจส่งผลให้ภาคธุรกิจชะลอตัวลง โดย 3 วันทำการ ราคาหุ้น WHA ปรับตัวลงไปถึง 27%, หุ้นส่งออก เช่น หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง หุ้น CCET และ หุ้น DELTA ตกไปถึง 19% และ 12% ตามลำดับ รวมถึงการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าที่กดดันราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคา หุ้น PTTEP, หุ้น TOP และ หุ้น PTTGC ที่ราคาปรับตัวลงถึง 14%-18% แต่ในขณะที่หุ้นขนาดใหญ่บางตัว ที่ปรับตัวลงในระดับปานกลาง อย่างเช่น หุ้น CPALL, หุ้น OR 


ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าโลก

          หลังจากที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีไม่กี่วัน ทรัมป์ก็ได้ประกาศระงับขึ้นภาษีนำเข้าเป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยรีบาวน์กลับ โดยดัชนี SET มีระดับสูงสุดในวัน ( 10 เม.ย. 2568) อยู่ที่ 1,147 จุด หรือรีบาวน์กลับเกือบ 60 จุดในวันเดียว ซึ่งเป็นระดับดัชนีที่ใกล้เคียงกับระดับดัชนีก่อนหน้าที่ทรัมป์จะประกาศขึ้นภาษี (US Tariff on Thailand) 
          นักลงทุนจะเห็นว่าประเด็นสงครามการค้าโลก จะยังมีประเด็นอย่างต่อเนื่องและใช้เวลานาน โดยความผันผวนก็กลับมาได้เรื่อยๆ ทำให้ตลาดหุ้นไทยเองก็จะผันผวน หรือแกว่งตัวแรง โดยระดับดัชนี SET อาจเปลี่ยนแปลงได้ถึง 50 - 60 จุดต่อวัน และจากที่ประเด็นสงครามการค้าที่ยังไม่จบ รวมถึงการกลับไปกลับมาของนโยบายทรัมป์ ส่งผลให้นักลงทุนบางคนอาจมีกังวลในการลงทุนมากขึ้น  ว่าหุ้นตัวไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบกับความไม่แน่นอนหรือความผันผวนนี้ แต่สุดท้ายอย่าลืมว่าความผันผวนที่เพิ่มขึ้นนี้ ก็ตามมาด้วยโอกาสในการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ถ้านักลงทุนสามารถเลือกเครื่องมือเก็งกำไรตลาดได้อย่างเหมาะสม

Tariff Chart on Thailand : SET50

เครื่องมือเก็งกำไรตามทิศทางตลาด

          สำหรับนักลงทุนที่อยากเก็งกำไรตลาดหุ้นไทย แต่ยังเลือกหุ้นไม่ถูก เพราะว่าหุ้นรายตัวนั้นก็ปรับตัวลงมาแตกต่างกัน และมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบเฉพาะหุ้นแต่ละตัวในช่วงนี้ แต่ถ้านักลงทุนสามารถมองภาพรวมหรือทิศทางของตลาดออก สามารถใช้ SET50 DW เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรตามการเคลื่อนไหวของตลาด โดยเลือกใช้ SET50 Put DW หากมองว่าตลาดจะปรับตัวลง หรือ ใช้ SET50 Call DW หากมองว่าตลาดน่าจะรีบาวน์ได้ โดย SET50 DW ก็มีหลายซีรีส์ ให้นักลงทุนเลือกลงทุน แบบเก็งกำไรระยะสั้น หรือ ไว้ใช้เก็งกำไรในระยะกลาง โดยสามารถดูซีรีส์ SET50 DW ที่ขยับดีและสภาพคล่องสูงได้ที่ https://www.thaiwarrant.com/kgi-dw/toppickSET50dw



Chatbot