หากนักลงทุนต้องการลงทุนหุ้นต่างประเทศ อย่างเช่น สนใจลงทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง ตลาดหุ้นไต้หวัน ตลาดหุ้นญี่ปุ่น นักลงทุนอาจลงทุนโดยตรงผ่านบัญชีหุ้นในต่างประเทศที่มีอยู่ หรือลงทุนผ่านกองทุนรวมในประเทศไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศ หรืออีกหนึ่งช่องทางการลงทุนในต่างประเทศที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบัน คือ DR หรือ Depositary Receipt เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับ หุ้นน่าลงทุนระยะยาว 2568
หุ้น DR คือ
DR หรือ Depositary Receipt คือ หลักทรัพย์จดทะเบียนในประเทศไทยที่ซื้อขายได้เหมือนหุ้นตัวหนึ่งไม่มีวันหมดอายุ และมีราคาเคลื่อนไหวไปตามราคาหุ้นต่างประเทศ หรือ ETF ต่างประเทศ โดยมีผู้ออก DR เป็นตัวกลางทำหน้าที่ในการลงทุนในต่างประเทศDR ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น
วิธีการลงทุน
สามารถซื้อขาย DR ผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นปกติที่มีอยู่บนกระดานซื้อขายหุ้นไทยได้ตามเวลาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย(ไม่มีพักกลางวัน)นักลงทุนจะเห็นราคา Bid Offer ของ DR นั้นที่แปลงเป็นสกุลเงินบาทแล้ว กำไรจากการลงทุนDR จะได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนการซื้อหุ้นไทยปกติ
สัญลักษณ์ DR
ชื่อสัญลักษณ์ DR คือ สัญลักษณ์ที่ใช้ซื้อขายบนกระดานโดยถูกกำหนดให้ใกล้เคียงหรือสะท้อนหุ้นอ้างอิง หรือ ETF ในต่างประเทศ และตามด้วยหมายเลขของบริษัทหลักทรัพย์ผู้ออก DR ตัวอย่างเช่น สัญลักษณ์ HK13 หมายถึง DR ที่ลงทุนในกองทุน Tracker Fund of Hong Kong (2800 HK)
การประเมินราคา DR
ราคาหุ้นต่างประเทศที่ DR นำมาอ้างอิงจะซื้อขายกันในสกุลเงินต่างประเทศ ต้องแปลงกลับมาเป็นราคาซื้อขายที่เป็นเงินบาทก่อนเสมอสามารถเปรียบเทียบราคา DR โดยประมาณเทียบกับราคาหุ้นต่างประเทศได้ที่ https://www.thaiwarrant.com/dr/search ตัวอย่างเช่น BABA80 คือ DR ที่อ้างอิงกับหุ้น BABA (Alibaba Group Holding Ltd : 9988HK) ถ้าราคา BABA อยู่ที่ 80 HKD และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 4.5 บาทต่อฮ่องกงดอลลาร์ BABA80 ราคาควรอยู่ที่ 3.6 บาทต่อหุ้น (BABA80 มีอัตราแปลงสภาพเท่ากับ 100DR ต่อ 1หุ้น BABA)
หุ้นต่างประเทศปันผล หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ
ผู้ออก DR จะมีการลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่อ้างอิงเพื่อรองรับ DR ที่ขายให้แก่นักลงทุนเสมอ ถ้าหุ้นอ้างอิงมีการจ่ายเงินปันผลเป็นเงิน ทางผู้ออก DR มีหน้าที่ที่จะต้องส่งผ่านเงินปันผลนั้นให้แก่นักลงทุน ส่วนสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ปันผลเป็นหุ้น สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน ทางผู้ออกจะมีการประกาศวิธีการในการส่งผ่านสิทธินั้นให้นักลงทุน
ภาษีจากการลงทุนใน DR
กำไรที่ได้จากการซื้อขาย DR จะได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนกำไรที่ได้จากการซื้อขายหุ้นไทย ซึ่งประเด็นเรื่องภาษีนี้ทำให้การลงทุนใน DR มีจุดเด่นเทียบกับการลงทุนให้หุ้นต่างประเทศโดยตรงที่อาจจะต้องมีการเสียภาษีหุ้นต่างประเทศเมื่อนำกำไรที่ได้จากการลงทุนกลับเข้ามา
เปรียบเทียบ DR กับกองทุนรวมต่างประเทศ
การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศจะเป็นการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมโดยมีผู้จัดการกองทุนช่วยดูแลซื้อขายหุ้น นักลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้โดยใช้ราคา NAV ที่ประกาศตอนสิ้นวัน ซึ่งต่างจาก DR ที่เป็นการลงทุนทางอ้อมผ่านบริษัทหลักทรัพย์ผู้ออก DR และนักลงทุนสามารถซื้อขาย DR ผ่านราคา Bid-Offer ในกระดานหุ้นได้ในระหว่างวัน
ความเสี่ยงในการลงทุน DR
นอกจากความเสี่ยงขาดทุนจากราคาที่ปรับลงของหุ้นต่างประเทศแล้ว ความเสี่ยงในการลงทุน DR ได้แก่
1. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน - การซื้อขาย DR คือการซื้อขายบนสกุลเงินบาท ถ้าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบกับสกุลเงินของหุ้นอ้างอิงจะทำให้ราคา DR ที่เราถือไว้ปรับตัวลดลงได้
2. ความเสี่ยงเรื่องเวลาเปิดทำการซื้อขายไม่ตรงกันของตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นต่างประเทศ- ถ้าในช่วงที่ตลาดหุ้นต่างประเทศปิดทำการ ราคา DR ที่ซื้อขายบนตลาดหุ้นไทยจะไม่มีราคาอ้างอิงในต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของ DR ในช่วงเวลานั้นได้
นอกจากความเสี่ยงพื้นฐานที่กล่าวมาแล้ว ยังมีความเสี่ยงอื่นๆที่นักลงทุนควรศึกษาเพิ่มเติมโดยเฉพาะความเสี่ยงเฉพาะของหุ้นหรือ ETF ที่อ้างอิงในแต่ละประเทศที่ต่างกัน เช่น สภาพคล่องของหุ้นอ้างอิง ภาษีและต้นทุนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
กลไกที่ทำ ให้ราคา DR เคลื่อนไหวตามหุ้นอ้างอิง
โดยปกติแล้วผู้ออก DR และผู้ดูแลสภาพคล่องจะมีการซื้อหุ้นอ้างอิงในต่างประเทศควบคู่ไปเพื่อรองรับกับการออก DR เสมอ ซึ่งกลไกนี้จะทำ ให้ราคา DR ในกระดานไทยวิ่งขึ้นลงตามราคาหุ้นอ้างอิง เว้นแต่ในสถานการณ์ที่ผิดปกติ เช่น ราคาหุ้นอ้างอิงหรือค่าเงินอ้างอิงมีความผันผวนอย่างรุนแรง หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ออกไม่สามารถซื้อขายหุ้นในต่างประเทศได้ เป็นต้น
DR มีการใช้อัตราทด หรือLeverage ไหม
ในปัจจุบัน DR ที่ออกในประเทศไทยจะไม่มีการใช้อัตราทด หรือLeverage แต่อย่างใด การลงทุนใน DR ของนักลงทุนจะเป็นสัดส่วนบนหุ้นต่างประเทศตามอัตราการแปลง เช่น BABA80มีอัตราการแปลงเป็น 100 DR ต่อ 1 หุ้น BABAและHK13 มีอัตราการแปลง 20 DRต่อ 1 หน่วยกองทุน Tracker Fund of Hong Kong (2800 HK)เป็นต้น
ประเภทของ DR
DR ในประเทศไทยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทตามสินทรัพย์ที่ลงทุน ได้แก่ DR ที่ลงทุนในหุ้นรายตัว และ DR ที่ลงทุนในกองทุน ETF ที่มีการกระจายการลงทุนในหุ้นหลายๆตัว การเริ่มลงทุนในต่างประเภทควรเริ่มต้นจากการลงทุนใน DR ที่อ้างอิงกับกองทุน ETF ก่อน เพราะมีการกระจายความเสี่ยงไปในหุ้นหลายๆตัว ช่วยลดความเสี่ยงของเฉพาะของหุ้น ตัวอย่างเช่น นักลงทุนอยากเลือกลงทุนในหุ้นประเภท Technology แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกหุ้นตัวไหนก็อาจเลือกลงทุนใน HKTECH13 ที่มีการลงทุนในกองทุน ETF ที่ลงทุนในหุ้น Tech 30 ตัว เป็นต้น
หุ้น DR มีอะไรบ้าง (ที่ออกโดยบล. เคจีไอ)
TAIWANAI13 ลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่มีรายได้จากธุรกิจ AI ในไต้หวัน
TAIWANAI13 เป็น DR ที่ไปลงทุนในกองทุน TAIWAN AI ETF กองทุนแรกในไต้หวัน ราคาซื้อขายจะอ้างอิงกับราคากองทุน KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF (00952.TW) ที่จดทะเบียนอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน และลงทุนในหุ้น 50 ตัวที่มีรายได้จากธุรกิจ AI (Artificial Intelligence) ในไต้หวันอย่างมีนัยยะ โดยเน้นเลือกหุ้นที่มีราคาผันผวนต่ำ มีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่อง และมีประวัติการจ่ายปันผลต่อเนื่อง
TAIWANHD13 ลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่มี Market Cap.สูง ผลกำไรดีและจ่ายปันผลสูง ประกอบด้วย หุ้นกลุ่ม Technology หุ้นกลุ่มการเงิน เป็นต้น
TAIWANHD13 เป็น DR ที่ไปลงทุนในกองทุน KGI Taiwan Premium Selection High Dividend 30 ETF (00915.TW) ที่จดทะเบียนอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน เป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ 30 ตัว ในไต้หวันที่มีผลกำไรดีอย่างต่อเนื่อง และมีการจ่ายปันผลสูง โดยให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่มี Market Cap. สูง ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Technology 42%, หุ้นกลุ่มการเงิน 28% เป็นต้น
HK13 ลงทุนในกองทุนหุ้นขนาดใหญ่และสภาพคล่องสูงในตลาดหุ้นฮ่องกง
ราคาซื้อขายจะอ้างอิงกับราคากองทุน Tracker Fund of Hong Kong (2800 HK) หรือเรียกสั้นๆว่า Tracker Fund เป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง จำนวน 80 หุ้น เช่น TENCENT, ALIBABA และ MEITUAN เป็นต้น ทำให้สะท้อนภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้ดีที่สุด โดย Tracker Fund จดทะเบียนซื้อขายอยู่ที่ Hong Kong Stock Exchange มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 5 แสนล้านบาทในปี 2023
HKTECH13 ลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนและรายได้เกี่ยวกับ Technology
HKTECH13 เป็น DR ที่ไปลงทุนในกองทุน Hang Seng TECH Index ETF (3032 HK) ที่จดทะเบียนอยู่ที่ Hong Kong Stock Exchange มีนโยบายการลงทุนหุ้น Technology ขนาดใหญ่ที่สุด 30 อันดับในตลาดหุ้นฮ่องกง เช่น XIOAMI, ALIBABA, BYD ELECTRONIC และ TENCENT สะท้อนภาพรวมของกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนและรายได้เกี่ยวกับ Technology โดยกระจายการลงทุนตามกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ, กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และกลุ่ม Healthcareดูข้อมูล HKTECH13 เพิ่มเติม: https://www.thaiwarrant.com/dr/HKTECH13
ลงทุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นผ่าน JAPAN13
JAPAN13 เป็น DR ตัวแรกในประเทศไทยที่ลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นโดยมีราคาอ้างอิงกับราคากองทุน ChinaAMC MSCI Japan Hedged to USD ETF (3160 HK) ที่จดทะเบียนที่ Hong Kong Stock Exchange โดยมุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น และมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเยนไปเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อลดความเสี่ยงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง