โดย www.thaiwarrant.com --
Aug 27, 2025
โดย คุณเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ - กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์
บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
L&I ETF คืออะไร?
Exchange-Traded Fund หรือ ETF คือ กองทุนที่สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้เหมือนซื้อขายหุ้น โดยปกติ ETF ที่มีซื้อขายในประเทศไทยจะมีแค่ Index ETF ที่ลงทุนตามดัชนี และมีการกระจายความเสี่ยงตามน้ำหนักดัชนีเท่านั้น ในปัจจุบันทาง ก.ล.ต. ได้ออกเกณฑ์โดยอนุญาตให้ บลจ. เสนอขายกองทุน ETF ประเภทที่มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นเรียกว่า Leveraged & Inverse ETF (L& I ETF) โดยกองทุน ETF ประเภทนี้จะลักษณะที่เพิ่มเติมใหม่ 2 ลักษณะ ดังนี้
1. กองทุนสามารถใช้ Leverage ได้สูงสุด 2 เท่า
เรียกกองทุนประเภทนี้ว่า Leveraged 2X ETF โดยปกติแล้วกองทุนหุ้นทั่วไปจะไม่มีการใช้ Leverage กองทุนระดมเงินได้เท่าไหร่ ก็สามารถลงทุนในหุ้นได้เท่านั้น เช่น กองทุนหุ้นมูลค่า 500 ล้านบาท ก็สามารถลงทุนในหุ้นได้สูงสุด 500 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้เงินทุนของนักลงทุนจำกัดความเสี่ยงเท่ากับเงินที่ลงไปตอนแรก การที่ยอมให้กองทุนใช้ Leverage ได้สูงสุด 2 เท่า หมายความว่ากองทุนนั้นสามารถลงทุนในหุ้น (Risk Exposure) ได้สูงสุด 2 เท่าของเงินกองทุน ดังนั้นกองทุนหุ้นมูลค่า 500 บาท จะมีการลงทุนในหุ้นได้สูงสุด 1,000 ล้านบาท
ตัวอย่างเช่น กองทุน Leveraged 2X SET50 ETF จะเป็นกองทุนที่มีการลงทุนตามดัชนี SET50 และมีการใช้ Leverage 2 เท่า ทำให้โดยปกติแล้วราคาซื้อขายของกองทุนนี้จะเคลื่อนไหวขึ้นลงเป็น 2 เท่าของผลตอบแทนรายวันของดัชนี SET50 เมื่อดัชนี SET50 ปรับเพิ่มขึ้น 1% หรือลดลง 1% ภายในวัน ราคา ETF ก็จะขึ้นเพิ่มขึ้น 2% หรือลดลง 2% ตามลำดับ
กองทุน Leveraged 2X SET50 ETF มีลักษณะคล้ายกับ DW13 ซีรีส์ 2X โดย DW13 ซีรีส์ 2X เป็นโครงการพิเศษจาก KGI ที่ออก DW ที่มีอัตราทดประมาณ 2 – 4 เท่า และมีความเสี่ยงต่ำกว่า DW ซีรีส์ทั่วไป ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ DW13 ซีรีส์ 2X
2. กองทุนสามารถลงทุนตรงข้ามกับทิศทางตลาดหรือขายชอร์ตได้
เรียกกองทุนประเภทนี้ว่า Inverse ETF โดยกองทุนประเภทนี้จะราคาวิ่งสวนทางการทิศทางดัชนีตลาด ถ้ากองทุนนี้มีการใช้ Leverage ด้วยก็จะเรียกว่า Leveraged Inverse ETF
กองทุนมีการใช้ Leverage ได้อย่างไร?
วิธีการ Leverage ของกองทุนประเภทนี้ ไม่ได้เป็นลักษณะการกู้เงินมาซื้อเพื่อเพิ่มอำนาจการซื้อหุ้น แต่กองทุน Leveraged ETF จะมีการมีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์มาช่วยให้เกิดการ Leverage มักจะนิยมลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สัญญาสวอป โดยผู้จัดการกองทุนอาจจะเลือกลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทั้งหมด หรือผสมกับการซื้อตะกร้าหุ้นตามดัชนี
กองทุน Leveraged ETF เหมาะกับนักลงทุนประเภทไหน?
ถึงแม้ว่าจะเป็นกองทุน แต่ด้วยลักษณะที่มีการ Leverage จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่คุ้นเคยกับการลงทุนในกองทุนอยู่แล้วเข้าใจลักษณะต่างๆ ของกองทุน เช่น ค่าธรรมเนียม วิธีการจ่ายเงินปันผล แต่สามารถรับความเสี่ยงที่สูงมากกว่ากองทุนทั่วไปได้ เพราะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นบนความเสี่ยงที่สูงกว่า อย่างไรก็ตามการลงทุน L&I ETF ไม่เหมาะกับการลงทุนระยะยาวเนื่องจากกองทุนประเภทนี้นอกจากจะมีค่าธรรมเนียมการจัดการแล้ว จะมีต้นทุนในการถือครองที่เกิดจาก Compounding Effect แฝงอยู่
“Daily 2X” หมายถึงอะไร?
กองทุน Leveraged ETF จะมีชื่อเพิ่มเติมขึ้นมาว่า “ Daily 2X” ซึ่งมีความหมายว่ากองทุนนี้มีเป้าหมายในการลงทุนให้ได้ผลตอบแทน 2 เท่าตามของผลตอบแทนดัชนีรายวัน (Daily Performance) จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่มีความเสี่ยงแตกต่างกับกองทุน ETF ทั่วไปที่ดูผลตอบแทนระยะยาวรายปี ด้วยเงื่อนไขการตั้งเป้าผลตอบแทนรายวันทำให้ผู้จัดการกองทุนจะต้องมีการปรับพอร์ตการลงทุนทุกๆสิ้นวันด้วยกลไกตัดขาดทุนหรือหรือซื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับพอร์ตทุกๆสิ้นวัน อาจเป็นประโยชน์และโทษคล้ายกับการเทรดหุ้นตัดขาดทุนและขายทำกำไรทุกสิ้นวันขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดหุ้นในขณะนั้น และทำให้เกิดต้นทุนการถือครอง L&I ETF ที่เรียกว่า Compounding Effect
ดัชนีไม่เปลี่ยนแปลง แต่ขาดทุนได้เพราะ Compounding Effect
Compounding Effect ของกองทุน Leveraged Daily 2X ETF เกิดจากกลไกที่ผู้จัดการกองทุนต้องปรับพอร์ตการลงทุนทุกสิ้นวัน เพื่อให้ผลตอบแทนในวันรุ่งขึ้นยังสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน Daily 2X อยู่ตลอด ในสภาวะที่ตลาดแกว่งตัวแรงขึ้นลงสลับไปมาหลายๆวัน ทำให้เกิดการตัดขาดทุนแต่ดัชนีกลับตัวขึ้นหลังจากนั้น หรือซื้อหุ้นเพิ่มแต่ดัชนีกลับตัวลงแทน ทำให้แม้ดัชนีจะกลับมาอยู่ที่เดิม แต่นักลงทุนที่ถือ ETF นี้ในระยะเวลานั้นนี้จะมีผลขาดทุนได้ ยิ่งแกว่งตัวแรงยิ่งขาดทุนมากขึ้นซึ่งเป็นต้นทุนในการถือครอง Leveraged ETF ข้ามวันที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ต้นทุนถือครอง Leveraged Daily 2X SET50 ETF ในความผันผวนที่ต่างกัน
Compounding Risk เป็นความเสี่ยงของ Leveraged ETF ที่ทางหน่วยงานกำกับให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เป็นหน้าที่ของ บล.ในการย้ำเตือนความเสี่ยงนี้ให้แก่นักลงทุน วิธีการเข้าใจ Compounding Effect จะคล้ายๆกับต้นทุนการถือครองผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายใน Single Stock Futures หรือค่า Time Decay ของ DW โดยสมมติว่าราคาหุ้นหรือดัชนีอยู่ที่เดิมเมื่อเวลาผ่านไป
พอร์ตลงทุนจำลอง Leveraged Daily 2X SET50 ETF ที่ได้ทำการปรับพอร์ตการลงทุนทุกสิ้นวันตามเป้าหมาย Daily 2X โดยสมมติว่าวันแรกดัชนี SET50 อยู่ที่ 800 และเมื่อผ่านไป 10 วันดัชนี SET50 กลับมาที่ระดับเดิม โดยระหว่างช่วงเวลานั้นดัชนีมีการแกว่งตัวขึ้นลงวันละ 10 จุดดัชนี จะเห็นว่าเมื่อเวลาผ่านไปดัชนี SET50 กลับมาที่ 800จุดเท่าเดิม แต่มูลค่าของ ETF จะมีผลขาดทุน
*เป็นการประเมินจากพอร์ตลงทุนจำลองบนสมมติฐานต่างๆ เช่น ส่วนต่างราคา SET50 Futures เทียบกับ SET50 เป็นศูนย์ ไม่มีค่าธรรมเนียมการจัดการ และการประมาณจากการปัดเศษเป็นต้น ผลของ Compounding Effect เกิดจากความผันผวนของดัชนี ยิ่งดัชนี SET50 ผันผวนมากต้นทุนถือครองของ Leveraged ETF จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ในทางตรงข้าถ้าดัชนีแกว่งตัวน้อย ต้นทุนถือครองก็จะลดลงตาม
เลือก Leveraged ETF ตัวไหนดี?
ในต่างประเทศกองทุน Leveraged ETF ที่อ้างอิงกับดัชนีเดียวกัน อาจมีหลายกองทุนให้เลือก ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้หลักการเดียวกับการเลือกกองทุนทั่วๆไป เช่น ค่าใช้จ่ายกองทุนรวม ผลตอบแทนกองทุนเทียบกับดัชนีในอดีต แต่พอกองทุนมาจดทะเบียนเป็น ETF ซื้อขายในกระดาน จึงต้องพิจารณาปัจจัยเรื่องของส่วนต่างสเปรดราคา Bid-Offer ของ ETF ในกระดานซื้อขายด้วย โดยปกติแล้วในต่างประเทศ ETF ที่มีผู้ดูแลสภาพคล่องมากหลายรายมักจะได้รับความนิยมมากกว่า เพราะจะไม่เกิดการผูกขาดของราคาซื้อขายในกระดาน ยิ่งมีผู้ดูแลสภาพคล่องมากยิ่งเกิดการแข่งขันด้านราคาทำให้สเปรดหรือส่วนต่างของราคา Bid-Offer ของ ETF นั้นแคบลง