ปัจจัยที่มีผลกับตลาดหุ้นไทยและอัตราดอกเบี้ยนโยบายครึ่งปีหลัง 2568

โดย www.thaiwarrant.com -- Jul 03, 2025

ปัจจัยที่มีผลกับตลาดหุ้นไทยและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2568

อัตราดอกเบี้ยนโยบายคืออะไร?

          อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศ โดยการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงการไหลเข้าออกของเงินทุนและอัตราแลกเปลี่ยน

มาดูตัวแปรที่อาจส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยและการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย


คาดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อาจปรับลงอีก 3 ครั้งในปีนี้

          อัตราดอกเบี้ย เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อตลาดหุ้น ซึ่งโดยปกติแล้ว อัตราดอกเบี้ยจะส่งผลในทิศทางตรงกันข้ามกับตลาดหุ้น คือ ถ้าอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลง นักลงทุนจะสนใจในการลงสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นและส่งผลให้เงินไหลเข้าตลาดหุ้น และมีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้น แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น ก็จะส่งผลให้เงินไหลออกจากตลาดหุ้น และมีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะปรับตัวลง 

          สำหรับครึ่งปีหลังของปี 2568 ถ้าอ้างอิงจาก KGI Research (วันที่ 26 มิ.ย. 68) มีมุมมองว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะเป็นขาลง โดยคาดว่าปีนี้ กนง. จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีก 3 ครั้ง เริ่มวันที่ 13 ส.ค. คาดว่าดอกเบี้ยลดลงเหลือ 1.50%, 8 ต.ค. ลดลงอยู่ที่ 1.25% และ อัตราดอกเบี้ยอาจลงเหลือไปอยู่ที่ 1.00% ใน 17 ธ.ค. 2568

ดูอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศอย่างเดียวไม่พอ

          แต่มุมมองอัตราดอกเบี้ยจะมองแค่ในประเทศอย่างเดียวไม่พอ จึงต้องมองเทียบกับปัจจัยอื่นด้วย เช่น ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศ ค่าเงิน แนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ โดย KGI Research มีมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงในครึ่งหลังของปี 2568 น่าจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอีก ซึ่งน่าจะช่วยหนุนการไหลเข้าของเงินสู่ตลาด EM (Emerging Market) หรือ ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย

แนวโน้มของราคาน้ำมันโลก และหุ้นน้ำมันที่มีผลต่อดัชนี SET50

          ถ้าดูจากสถิติ ราคาน้ำมันดิบโลกในปีนี้ แกว่งค่อนข้างแรง จากประเด็นเรื่องสงครามในตะวันออกกลางที่ร้อนระอุ และได้ผ่อนคลายลง ซึ่งราคาน้ำมันที่แกว่งตัวแรงนี้ ส่งผลโดยตรงกับราคาหุ้นน้ำมัน และส่งผลต่อภาพรวมของตลาด เพราะหุ้นน้ำมัน หรือ หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค เช่น หุ้น PTT, หุ้น PTTEP และ หุ้น TOP ถือว่ามีผลต่อดัชนี SET50 ถึงเกือบ 25% โดยถ้าเป็นมุมมองระยะยาว อ้างอิง KGI Wealth Research (25 มิ.ย. 68) มองว่า ราคาน้ำมันโลกอยู่ในภาวะ Oversupplied แล้ว และความต้องการใช้น้ำมันโลกจะลดลงอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

DW เครื่องมือที่ปรับใช้สำหรับมุมมองระยะสั้น

          จากการที่หุ้นน้ำมันและทิศทางดอกเบี้ย มีผลต่อดัชนี SET50 ทำให้การเก็งกำไรระยะสั้นผ่านดัชนี SET50 จึงน่าสนใจ โดยสามารถใช้เครื่องมือในการเก็งกำไร อย่าง SET50 DW เพื่อช่วยเก็งกำไรในระยะสั้นๆได้ โดยสามารถเก็งกำไรได้ทั้ง 2 ทิศทาง เริ่มจาก Call DW สำหรับนักลงทุนที่ มองว่าดัชนีจะปรับตัวขึ้น หรือ Put DW สำหรับนักลงทุนที่ มองว่าดัชนีจะปรับตัวลง อ่านพื้นฐาน DW เพิ่มเติม ได้ที่ https://www.thaiwarrant.com/Knowledge/articles-details-69





Chatbot