โดย www.thaiwarrant.com --
Feb 07, 2025
เขียนโดย คุณเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์
กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์
บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
จากประเด็นที่มีการพูดถึงเรื่องการใช้วิธีคำนวณ Capped Market-Weighted ของหุ้นรายตัวในดัชนี SET50 ให้มีน้ำหนักไม่เกิน 10% และสร้างแรงกดดันบนราคาหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ที่มีน้ำหนักมาร์เก็ตแคปเกิน 10% ซึ่ง ณ วันที่ 5 ก.พ.68 มีเพียงแค่หุ้น DELTA เท่านั้นที่เข้าเงื่อนไขนี้
วิธีการถ่วงน้ำหนักของหุ้นในดัชนี SET50 ปัจจุบันนั้น จะนำเอามาร์เก็ตแคปของหุ้นแต่ละตัวมาคำนวณน้ำหนักโดยตรง ทำให้หุ้นขนาดใหญ่มาร์เก็ตแคปสูงมีน้ำหนักมาก โดยหุ้นอันดับแรกคือ DELTA ประมาณ 12-13% ส่วนหุ้นอันดับที่ 2-5 ได้แก่ PTT ADVANC AOT และ GULF จะมีน้ำหนักอยู่ในประมาณ 6.5%-7.5% ในขณะที่หุ้น 5 อันดับล่างสุดใน SET50 ได้แก่ ITC BANPU GLOBAL OSP และ BGRIM จะมีน้ำหนักอยู่ไม่เกิน 0.5% โดยหุ้นที่น้ำหนักมากจะมีผลกับการเคลื่อนไหวของดัชนีมากกว่าหุ้นที่น้ำหนักน้อย
การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นส่งผลโดยตรงกับมาร์เก็ตแคปและส่งผลต่อน้ำหนักในดัชนี จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าหุ้น 5 อันดับแรกบางตัวมีราคาปรับขึ้นมาสูงมากเทียบในหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำหนักในดัชนีเพิ่มขึ้น ในขณะที่หุ้น 5 อันดับล่างบางตัวราคาปรับลงแรงมากจนทำให้น้ำหนักในดัชนีลดลงไปอย่างมาก
กลไกการจำกัดน้ำหนักหุ้นในดัชนี SET50 ไม่เกิน 10 % (Capped Market-Weighted) จะช่วยลดโอกาสที่ดัชนีนั้นจะเคลื่อนไหวตามราคาหุ้นขนาดใหญ่ตัวใดตัวหนึ่งมากจนเกินไป แต่ก็อาจจะทำให้ดัชนีนั้นไม่ได้สะท้อนมาร์เก็ตแคปของหุ้นได้เพียงพอ จึงทำให้อาจมีทั้งผู้สนับสนุนและไม่สนับสนุนวิธีคำนวณนี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมาตฐานการจัดทำดัชนีสากลทั่วไป ถ้านำมาใช้จริงจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งจากหลักการข้างต้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 มุมมอง
มุมมองแรกคือ ถ้าราคาหุ้น 50 ตัวในดัชนีอยู่นิ่งๆไม่ไปไหนจนถึงวันปรับดัชนี หุ้นอันดับ 1 DELTA จะมีน้ำหนักเกิน 10% อยู่ประมาณ 2%-3% ทำให้กองทุนที่ลงทุนตามดัชนี SET50 จำเป็นต้องมีการปรับพอร์ตขายหุ้น DELTA ออกมาบ้างเพื่อลดน้ำหนักของหุ้นที่ถืออยู่ให้ตรงกับน้ำหนักใหม่ที่ 10% ในช่วงที่มีการปรับดัชนี
มุมมองต่อมา ผู้เขียนจะขอแบ่งกลุ่มหุ้นใน SET50 เป็น 2 กลุ่มเพื่อง่ายในการอธิบาย กลุ่มแรกคือหุ้น DELTA กับกลุ่มหุ้นที่เหลือ 49 ตัว ซึ่งผู้เขียนขอเรียกสั้นๆ ว่าเป็นดัชนี set49 เมื่อเวลาก่อนถึงช่วงวันปรับดัชนี set49 ปรับขึ้นได้ดีกว่าหุ้น DELTA (set49 ผลตอบแทน Outperform หุ้น DELTA) เช่น หุ้น DELTA ราคาอยู่นิ่งๆ แต่ดัชนีสมมติ set49 ขึ้นแรงมากๆ หรือ หุ้น DELTA ปรับตัวขึ้นด้วยแต่ไม่มากเท่าดัชนี set49) ก็จะทำให้น้ำหนักของราคาหุ้น DELTA ลดลงไปเอง จนอาจเหลือ 10% ได้ จะเห็นว่ากรณีนี้หุ้น DELTA ไม่ต้องปรับตัวลงแรงก็มีน้ำหนักหุ้นลดลงได้เหมือนกัน ทำให้การปรับพอร์ตขายหุ้น DELTA ของกองทุนเพื่อในช่วงวันที่มีการปรับดัชนีก็ไม่มีความจำเป็นต่างจากกรณีแรก
สำหรับดัชนี SET50 เองนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรในช่วงเปลี่ยนดัชนี เพราะกลไกและสูตรคำนวนดัชนีเองนั้นรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่แล้ว จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าการนำ 10% Capped Market-Weighted มาใช้นั้นไม่จำเป็นต้องส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับหุ้นขนาดใหญ่สุดเสมอไป เพราะยังขึ้นอยู่กับราคาหุ้นที่เหลืออีก 49 ตัวด้วย