โดย www.thaiwarrant.com --
Jan 03, 2024
เปรียบเทียบ DW กับบัญชี Credit Balance
การซื้อขายหุ้นผ่านบัญชี Credit Balance เป็นที่นิยมกันมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวสูงมาก ปัญหาที่พบและส่งผลกระทบต่อลูกค้าเป็นอย่างมากคือ บล.ไม่อนุมัติวงเงินที่ขอเพิ่มหรือ หุ้นบางตัวที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงถูกเรียกให้วางหลักประกันเพิ่มขึ้น (จาก 50% เป็น 80%)
ปัญหาเหล่านี้ทำให้นำไปสู่การนำ DW มาใช้เทียบกับบัญชี CB โดยอธิบายจากตัวอย่างทั้ง 3 กรณีดังนี้
โดยสมมติว่า ลูกค้ามีเงิน 1 ล้านบาท ได้ลงทุนบนหุ้น A ที่ราคา 100 บาท หลังจากนั้นหุ้นปรับขึ้น 1 ช่อง (0.5 บาท หรือ 0.5%)
กรณีที่ 1: ลูกค้าซื้อหุ้นผ่านบัญชีเงินสด (No Leverage)
ลูกค้าซื้อหุ้น A ได้ 1 ล้านบาท นั่นคือมีความเสี่ยงบนหุ้น 1 ล้านบาท (Exposure) กำไรที่ลูกค้าได้รับคือ 0.5% x Exposure = 5,000 บาท
กรณีที่ 2: ลูกค้าซื้อหุ้นผ่านบัญชี Credit Balance (50:50)
ลูกค้าวางเงิน 1 ล้านบาทซื้อหุ้น A ได้ 2 ล้านบาท ความเสี่ยงบนหุ้น 2 ล้านบาท (Exposure) กำไรที่ลูกค้าได้รับคือ0.5% x Exposure = 10,000 บาท
กรณีที่ 3: ซื้อ DW บนหุ้น A (อัตราทด 2 เท่า)
|
ราคาหุ้น A
|
ราคา DW
(ที่เปลี่ยนแปลงตาม ราคาหุ้น A)
|
|
100.00
|
1.00
|
|
100.50
|
1.01
|
ลูกค้าซื้อ DW บนหุ้น A 1 ล้านบาท เมื่อหุ้น A ปรับตัวขึ้น 0.5% ราคา DW ปรับตัว 1% (อัตราทด 2 เท่า) ดังนั้นกำไรที่ลูกค้าได้รับคือ 10,000 บาท
สรุปคือ ถ้าลูกค้าลงทุนใน DW ที่มีอัตราทด 2 เท่าก็คล้ายๆ กับการลงทุนในหุ้นผ่านบัญชี Credit Balance ที่ต้องวางหลักประกัน 50% แต่โดยปกติแล้วอัตราทดของ DW จะอยู่ทีประมาณ 3-5 เท่า ซึ่งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่า แต่ความเสี่ยงก็จะสูงกว่าเช่นกัน