โดย www.thaiwarrant.com --
Dec 19, 2025
ราคาทองคำพุ่งแรงไม่หยุดในปี 2025
ตั้งแต่ต้นปี 2025 ราคาทองคำยังอยู่แถวๆ 2,600 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอย์ออนซ์ และมักมีคำถามจากนักลงทุนว่า ทองจะทะลุ 3,000 หรือ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอย์ออนซ์ หรือไม่ ซึ่งล่าสุดราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอย์ออนซ์แล้ว ถือว่าปี 2025 ปีเดียว ทองบวกไปแล้ว 65% (YTD) เมื่อเทียบกับปี 2024 ที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 27%
การที่ราคาทองคำพุ่งและปรับตัวขึ้นอย่างมาก จึงสะท้อนให้เห็นว่าเงินกำลังไหลเข้าทองคำ ที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก เงินเฟ้อ, เงินดอลลาร์อ่อนค่า, ความกังวลต่อตลาดหุ้นเทคฯ ที่อาจเกิดสภาวะฟองสบู่หุ้น AI (Bubble AI) เป็นต้น ทำให้ธนาคารกลางและกองทุนต่างๆ มีแนวโน้มซื้อทองคำ และสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
ตลาดหุ้นไทยยังมีสินทรัพย์ปลอดภัยไหม
นอกจากทองคำที่เป็นเหมือนหลุมหลบภัยแล้ว สิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงเมื่อตลาดหุ้นเผชิญวิกฤติได้ ก็คือ หุ้นปลอดภัย (Defensive Stock) ที่ราคาหุ้นจะไม่ปรับลดลงแรงเท่ากับตลาดหุ้นและหุ้นกลุ่มวัฏจักร และมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ จึงเปรียบเสมือนเกราะเสริมให้พอร์ตการลงทุน
เมื่อมองกลับมาที่ตลาดหุ้นไทย หุ้นที่มักถูกมองว่าเป็นหุ้นปลอดภัย คือ หุ้นกลุ่มแบงก์ไทย (Bank Sector) โดยตั้งแต่ต้นปี 2025 ดัชนีราคาหุ้นแบงก์ไทยปรับขึ้นมาเกือบ 16% (YTD) แม้ว่า SET Index จะปรับตัวลงไปกว่า 10% ถือว่าหุ้นแบงก์ Outperform กว่ากลุ่มอื่น ขณะเดียวกัน หุ้นแบงค์ส่วนใหญ่ยังซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำ โดยไม่เกิน 10 เท่า รวมทั้งมีแนวโน้มผลประกอบการดี อัตราปันผลสูง โดยมี Dividend Yield อยู่ที่ 5% - 7%
| หุ้นแบงก์ | % เปลี่ยนแปลง* | Market Cap. | P/E (เท่า)** | P/BV (เท่า)** | Dividend Yield (%)** |
| BBL | 12.29 | 322,594 | 6.63 | 0.55 | 5.03 |
| KBANK | 26.28 | 466,758 | 9.32 | 0.79 | 6.13 |
| KKP | 29.19 | 57,156 | 9.8 | 0.86 | 6.09 |
| KTB | 39.81 | 412,294 | 8.61 | 0.89 | 5.24 |
| SCB | 16.24 | 457,927 | 9.34 | 0.94 | 7.68 |
| TTB | 13.04 | 202,948 | 9.62 | 0.82 | 6.4 |
*ข้อมูล % เปลี่ยนแปลง (วันที่ 30/12/2024 - 18/12/2025)
**ข้อมูล P/E, P/BV และ Dividend Yield (วันที่ 18/12/2025)
จากตาราง หุ้นแบงก์ไทยที่ราคาปรับตัวขึ้นมาแรงที่สุดในกลุ่ม คือ หุ้น KTB บวกกว่า 39% โดยมี P/E 8.61 เท่า และมี Dividend Yield อยู่ที่ 5.24%
นอกจากนี้เมื่อดู Fund Flow ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย จะพบว่าตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม หุ้น 3 อันดับแรกที่ต่างชาติซื้อสุทธิ (Net Buy) มีหุ้นแบงก์ไทยรวมอยู่ด้วยเกือบทุกวัน ดังนั้น หุ้นกลุ่มแบงก์ไทย จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน และเป็นหลุมหลบภัยให้กับนักลงทุนไทยและต่างชาติ
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มแบงก์ไทย
สามารถใช้ Call DW ที่อ้างอิงหุ้นแบงก์ไทย เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มโอกาสเก็งกำไร (Leverage) เมื่อราคาหุ้นแบงก์ไทยปรับตัวขึ้น และใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นแบงก์ไทยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้นไม่ปรับตัวขึ้นตามคาด การใช้ Call DW ก็อาจทำให้ขาดทุนมากขึ้นได้เช่นกัน นักลงทุนจึงควรศึกษาความเสี่ยงและเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ของตนเอง