โดย www.thaiwarrant.com --
Jan 12, 2024
Leverage ในการลงทุน
การใช้ Leverage เพื่อการลงทุนเป็นการที่นักลงทุนต้องการลงทุนในธุรกิจหรือสินทรัพย์บางอย่าง แต่มีข้อจำกัดเรื่องเงินลงทุนทำให้ต้องใช้การกู้ยืมเงินเพื่อให้สามารถมีเงินที่เพียงพอไปลงทุน โดยที่ต้นทุนของการกู้ยืมเงินก็คือภาระดอกเบี้ย การใช้ Leverage ที่ดีคือการนำเงินที่กู้ไปลงทุนทำธุรกิจหรือสินทรัพย์ที่เพิ่มความมั่งคั่งให้แก่นักลงทุน โดยที่กำไรที่เกิดจากสินทรัพย์นั้นมากกว่าภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่จ่ายไปในระยะยาว ในทางตรงกันข้ามการ Leverage ที่ไม่ดีคือสินทรัพย์ที่นักลงทุนนำเงินกู้ไปซื้อไม่มีกำไรเพียงพอกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย การกู้เงินไปซื้อรถยนต์เป็นตัวอย่างของการ Leverage ที่ไม่ดี เพราะรถยนต์ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนเพื่อมาชำระดอกเบี้ยจ่ายให้เจ้าหนี้ อีกทั้งมูลค่ารถยนต์ก็เสื่อมราคาลงไปในระยะยาว
การใช้ Leverage ในการลงทุนก็เป็นเรื่องที่ทำได้หลายรูปแบบ แบบแรกที่นักลงทุนหลายๆท่านอาจทำอยู่แล้วก็คือการลงทุนในหุ้นธุรกิจที่มีการใช้ Leverage เช่น การลงทุนในหุ้นธนาคาร เพราะธุรกิจธนาคารเป็นธุรกิจที่มีการ Leverage สูงโดยการนำเงินฝากที่ได้จากผู้ฝากเงินไปปล่อยกู้หรือลงทุนขยายธุรกิจเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากที่จ่ายให้แก่ผู้ฝากเงิน เป็นต้น
แบบที่สองคือการ Leverage โดยตรงของนักลงทุน การซื้อหุ้นบนบัญชี Credit Balance ถือว่าเป็นการกู้โดยตรงจากนักลงทุนเพื่อไปลงทุน หรือการ Leverage ผ่านตราสารอนุพันธ์ เช่น DW และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ใช้อัตราทดหรือที่เรียกว่า Effective Gearing เป็นตัววัดอัตราการ Leverage ของนักลงทุนผ่านกลไลการซื้อขายในกระดาน นักลงทุนต้องระวังไว้เสมอว่าการใช้ Leverage แบบที่สองนี้ตัวนักลงทุนเองต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี และทำให้ Leverage นี้เป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นควรวางแผนและศึกษาถึงเครื่องมือการลงทุนพวกนี้ให้ดีก่อนเริ่มลงทุน
การด่วนตัดสินว่า Leverage เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเหลี่ยงเสมออาจจะไม่ถูกต้องนักถ้านักลงทุนสามารถจัดการบริหารให้ Leverage นั้นสร้างโอกาสในการลงทุนได้ แต่การที่ใช้ Leverage แค่เพราะต้องการผลตอบแทนสูงๆโดยที่ขาดความรอบคอบในการบริหารจัดการก็จะทำให้เป็นความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสม