โทรศัพท์02 658 8924 อีเมล์ed-mkt@kgi.co.th@DW13 TH|EN
Click
 
แหล่งความรู้ DW
บทความน่ารู้
DW คืออะไร
ถาม-ตอบ (สำหรับผู้เริ่มลงทุน)

รู้จัก DW [ Derivative Warrant ]

ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์


ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลกโดยเฉพาะเยอรมนี และประเทศแถบเอเชีย เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลี ในประเทศไทย เราเคยมี SCB-C1 และ SCIB-C1 ที่ออกโดยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างสูงมาแล้วในอดีต
ปัจจุบัน เคจีไอ เป็นผู้บุกเบิกและเป็นบริษัทหลักทรัพย์รายแรกที่เสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (PTT13CA) แก่นักลงทุนในเดือนมิถุนายน ปี 2552



ชื่อเรียกในแต่ละประเทศ

Derivative Warrants (DW) ไทย ฮ่องกง
Covered Warrant เยอรมนี
Structured Warrant สิงคโปร์
Call (Put) Warrant ไต้หวัน มาเลเซีย
Equity-Linked Warrant เกาหลีใต้

DW หรือ Derivative Warrant คืออะไร

  • หลักทรัพย์ที่ผู้ออกให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อ/ขายหลักทรัพย์อ้างอิงได้ตามราคาและช่วงเวลาที่ระบุไว้ล่วงหน้า  โดยผู้ถือสามารถเลือกใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ แต่ผู้ออกมีหน้าที่ต้องรับการใช้สิทธินั้นหากผู้ถือยื่นขอ
  • ผู้ออก เป็นสถาบันการเงิน ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. และไม่ใช่บริษัทเจ้าของหลักทรัพย์  เช่น บริษัทหลักทรัพย์   
  • หลักทรัพย์อ้างอิงของ DW สามารถอ้างอิงบน หุ้นใน SET100, ดัชนีหุ้น หรืออีทีเอฟ ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • DW มี 2 ประเภท :  สิทธิในการซื้อ (Call) และสิทธิในการขาย (Put) หลักทรัพย์อ้างอิง
  • การถือหลักทรัพย์ของผู้ออกเพื่อรองรับการใช้สิทธิของ DW มี 3 แบบ 1) ถือเต็มจำนวน (Fully-Collateralized)  2) ถือบางส่วน (Partial-Collateralized) และ 3) ไม่ต้องถือเลย (Non-Collateralized)
  • วิธีส่งมอบและชำระราคา มี 2 วิธี : ส่งมอบหลักทรัพย์จริง (Physical Settlement) หรือ ชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) ซึ่งโดยปัจจุบันวิธีส่งมอบและชำระราคานั้นเป็น แบบชำระราคาเป็นเงินสด

เปรียบเทียบ Warrant กับ Derivative Warrant [ DW ]

ลักษณะ Warrant Derivative Warrant
ประเภทตราสาร หลักทรัพย์ หลักทรัพย์
ผู้ออก บริษัทเจ้าของหุ้น บริษัทที่ ก.ล.ต.อนุญาต
ตลาดซื้อขาย SET SET
หุ้นอ้างอิง หุ้น หุ้นใน SET100, ดัชนีหลักทรัพย์ หรืออีทีเอฟ ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ
อายุ ไม่เกิน 10 ปี 2 เดือน – 2 ปี
ประเภทสิทธิ สิทธิซื้อหุ้น (Call) สิทธิซื้อหุ้น (Call)
การใช้สิทธิ European /
Semi American
European
การส่งมอบ/ชำระราคา หุ้น เงินสด
หลักทรัพย์ที่ส่งมอบ หุ้นออกใหม่ ไม่มีการออกหุ้นใหม่
ขายชอร์ต ไม่ได้ ไม่ได้
Market Maker ไม่บังคับให้มี SET กำหนดให้
มีขั้นต่ำ 1 ราย
หมวดหลักทรัพย์
บนกระดานตลาดหลักทรัพย์
หมวดใบสำคัญแสดงสิทธิ
(Sector: Warrants)
หมวดใบสำคัญ
แสดงสิทธิอนุพันธ์
(Sector: DW)
Ceiling / Floor
+/- 30% ของราคาหลักทรัพย์อ้างอิง +/- 30% ของราคาปิดหลักทรัพย์อ้างอิงวันก่อนหน้าคูณด้วยอัตราการใช้สิทธิต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Exercise Ratio)
ค่านายหน้า (Commission) อัตราเดียวกับหุ้น อัตราเดียวกับหุ้น

สัญลักษณ์ของ Derivative Warrant [ DW ] (UUUUIICYYMMA)

UUUU หุ้นอ้างอิง
II หมายเลขโบรกเกอร์ของผู้ออก (KGI = 13)
C ประเภท Call/Put
YYMM ปีและเดือนซื้อขายสุดท้าย
A รุ่นที่ A ( มี A-Z )

ข้อดีของการลงทุนใน Derivative Warrant [ DW ]


1)   เพิ่มความสามารถในการลงทุน (Gearing) เงินที่นักลงทุนต้องจ่ายเพื่อซื้อ DW คิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินที่จะต้องใช้ซื้อหุ้น ดังนั้นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนใน DW จะสูงกว่าการลงทุนในหุ้นมาก (กำไรมากกว่าและขาดทุนก็อาจมากกว่า)

ตัวอย่าง
 ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของบริษัท ABCD ออกโดย KGI รุ่น A ประเภทสิทธิในการซื้อ รายละเอียด ณ วันที่ 14 ก.พ. 62 (ABCD13C1906A)

วันครบกำหนดอายุ : 28 มิ.ย. 62
วันซื้อขายสุดท้าย : 25 มิ.ย. 62
หุ้นอ้างอิง : บริษัท ABCD
ราคาใช้สิทธิ : 110 บาท
อัตราใช้สิทธิ : 1 DW ต่อ 1 หุ้น
ราคาหุ้น ABCD : 100 บาท
ราคา ABCD13C1906A : 5 บาท

 

วันที่ 2 ก.ค. 56 ถ้านักลงทุนมีเงิน 1,000,000 บาท นักลงทุนสามารถ

  • วิธีที่ 1 ลงทุนหุ้น ABCDจำนวน 10,000 หุ้น ที่ราคา 100 บาท (10,000 x 100 = 1,000,000 บาท) หรือ
  • วิธีที่ 2  ลงทุน ABCD13C1906A จำนวน 200,000 หน่วย ที่ราคา 5 บาท (200,000 x 5 = 1,000,000 บาท)

หลังจากนั้น วันที่ 23 ธ.ค. 56 ถ้าราคาของหลักทรัพย์ทั้งคู่เป็นดังนี้
  ราคาหุ้น  ABCD     :               120  บาท
  ราคา ABCD13C1906A    :                 10  บาท

นักลงทุนจะได้กำไรดังนี้

  • วิธีที่ 1 ถ้าซื้อหุ้น ABCD ไว้  นักลงทุนจะขายหุ้นได้ที่ราคา 120 บาท และทำกำไร 200,000 บาท (10,000 x (120-100)) หรือ  20%
  • วิธีที่ 2 ถ้าซื้อ ABCD13C1906A ไว้  นักลงทุนจะขาย ABCD13C1906A ที่ราคา 10 บาท และทำกำไรได้ถึง 1,000,000 บาท (200,000 x (10-5)) หรือ 100%

    จะพบว่า ด้วยเงินลงทุนที่เท่ากัน ถ้าหุ้นขึ้น การลงทุนใน DW จะให้กำไรที่มากกว่าลงทุนในหุ้น แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ ถ้าหุ้นลง การเลือกลงทุนใน DW ก็อาจจะขาดทุนมากกว่าการลงทุนในหุ้นได้เช่นกัน

2)   เพื่อการบริหารเงิน  กรณีนักลงทุนมีหุ้นอ้างอิงอยู่แล้ว ถ้าเปลี่ยนจากถือหุ้นอ้างอิงมาถือ DW แทน จะใช้เงินลงทุนน้อยลง และสามารถบริหารเงินส่วนเกินเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่าได้
ตัวอย่าง
ถ้านักลงทุนมีหุ้น ABCD อยู่แล้ว 10,000 หุ้น  นักลงทุนสามารถขายหุ้นทั้งหมดที่ราคา 100 บาท และซื้อ ABCD13C1906A จำนวน 10,000 หน่วยแทน ที่ราคา 5 บาท  นักลงทุนจะได้รับเงินคืนมา 950,000 บาท(1,000,000 – 50,000)  

3)   เป็นการลงทุนที่ไม่จำกัดผลตอบแทน แต่จำกัดความเสี่ยง ผู้ถือเป็นผู้มีสิทธิ ไม่มีภาระผูกพันต่อการใช้สิทธิ  ดังนั้นความเสี่ยงของผู้ถือจึงถูกจำกัดไว้เพียงแค่ราคาต้นทุนของ DW เท่านั้น    ในขณะที่ผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินจาก DW จะเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการถือหุ้นอ้างอิง หากราคาหุ้นอ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิ

4)  DW มีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) สำหรับวอร์แรนท์ทั่วไป ไม่มีผู้แลสภาพคล่อง แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ DW ต้องมีผู้ดูแลสภาพคล่องอย่างน้อย 1 ราย ทำให้นักลงทุนสบายใจได้ว่าสามารถซื้อขาย DW ได้ตลอดเวลา

Derivative Warrant [ DW ] มีวิธีการใช้สิทธิ์อย่างไร?


ผู้ออกให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหุ้นอ้างอิง ตามราคาใช้สิทธิ (Exercise Price) ในช่วงเวลาที่ผู้ออกกำหนด ซึ่งผู้ถือสามารถใช้สิทธิได้โดยอัตโนมัติเมื่อราคาหุ้นอ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิโดยไม่ต้องยื่นเรื่องขอใช้สิทธิ  และผู้ถือจะได้รับชำระราคาเป็นเงินสดจากผู้ออก (Cash Settlement) เท่านั้น โดยไม่มีการส่งมอบหุ้นอ้างอิง
ตัวอย่าง
ผู้ถือมี DW 1,000 หน่วย ราคาหุ้นอ้างอิง 15 บาท ราคาใช้สิทธิ 10 บาท และอัตราส่วนการใช้สิทธิ 1 DW ต่อ 1 หุ้น  ในกรณีนี้ ผู้ถือจะได้รับเงินจากการใช้สิทธิเท่ากับ 5,000 บาท ((15-10) x 1,000)  (ส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นอ้างอิงและราคาใช้สิทธิคูณด้วยจำนวนหุ้นที่มีสิทธิซื้อ)
ระวัง : ผู้ถือต้องยื่นเสียภาษีเงินได้จากการใช้สิทธิบนรายได้ 5,000 บาท

ความเสี่ยงในการลงทุน Derivative Warrant [ DW ] มีอะไรบ้าง ?


1)   ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของผู้ออก     DW มีความเสี่ยงมากกว่าวอร์แรนท์ เนื่องจากผู้ออกวอร์แรนท์ คือ บริษัทเจ้าของหุ้น ดังนั้นเมื่อผู้ถือวอร์แรนท์ใช้สิทธิก็ไม่มีความเสี่ยงที่จะต้องกังวลว่าใช้สิทธิแล้วไม่ได้หุ้น เพราะบริษัทเจ้าของหุ้นสามารถจดทะเบียนเพิ่มทุนเพื่อนำหุ้นมารองรับการใช้สิทธิได้ตลอดเวลา  

แต่กรณีของ DW ผู้ออกไม่ใช่บริษัทเจ้าของหุ้น เมื่อผู้ถือใช้สิทธิ ผู้ออกต้องหาหุ้นเพื่อรองรับการใช้สิทธิ นั่นก็คือความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ที่ผู้ออกอาจไม่มีหุ้นรองรับการใช้สิทธิ  นักลงทุนจึงควรพิจารณาถึงความเสี่ยงในส่วนนี้ด้วย  ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่สามารถออก DW ไว้  นักลงทุนจึงวางใจได้ส่วนหนึ่งว่าผู้ออกต้องมีความน่าเชื่อถือและความสามารถที่จะบริหารความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐาน


2)   ความเสี่ยงด้านราคา DW
       นอกจากราคาซื้อขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เป็นไปตาม Demand และ Supply แล้ว   ราคา DW ยังเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย
ปัจจัย เพิ่มขึ้น / ลดลง ผลกระทบต่อราคา DW
ราคาหุ้นอ้างอิง
ความผันผวนของหุ้นอ้างอิง
อายุคงเหลือของ DW
อัตราดอกเบี้ย
เงินปันผลของหุ้นอ้างอิง

หมายเหตุ : ในปัจจุบันผู้ออกมีการปรับสิทธิสำหรับเงินปันผล

หากนักลงทุนซื้อ DW แล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยข้างต้น ทำให้ราคา DW ลดลง นักลงทุนอาจขาดทุนจากการซื้อ DW ด้วย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในด้านราคานี้ ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากวอร์แรนท์ปกติ ซึ่งก็มีความเสี่ยงในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

3)   DW มีอายุจำกัด     ในต่างประเทศ DW มีอายุประมาณ 6 เดือน  นักลงทุนสามารถซื้อขาย DW ได้ถึงวันซื้อขายสุดท้าย   ผู้ถือไม่จำเป็นต้องถือ DW ไว้จนถึงวันหมดอายุเพื่อจะทำกำไร  นักลงทุนสามารถซื้อ DW ใน วันเสนอขายวันแรก หรือซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และขายในอีกวันสองวันต่อมา อาทิตย์ต่อมา   เดือนต่อมา หรือถือครองไว้จนถึงวันหมดอายุ  กำไรขาดทุนจะแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของการถือ DW  สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ DW จะไม่มีมูลค่าเมื่อหมดอายุแล้ว 

ผู้ออก ได้อะไรจากการขาย Derivative Warrant [ DW ] ?


 ผู้ออกก็ได้รับผลประโยชน์จากการออก DW เช่นกันแต่ ไม่ใช่กำไรจากเงินค่าขาย DW ดังที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็นกำไรจากการบริหารความเสี่ยงจากการออก DW  เพราะผู้ออกต้องซื้อหุ้นอ้างอิงบางส่วนเพื่อป้องกันความเสี่ยง  หากหุ้นอ้างอิงมีราคาสูงขึ้น  ผู้ออกก็ต้องซื้อหุ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น  ในทางตรงกันข้าม หากหุ้นอ้างอิงนั้นมีราคาลดต่ำลง ผู้ออกก็ต้องขายหุ้นที่ซื้อมานั้นออกไป ดังนั้น ผลกำไรของการออก DW จึงอยู่ที่ความสามารถในการจัดการซื้อขายหุ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้

นอกจากนี้ ในแง่การตลาด การออก DW ยังเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบใหม่เพื่อนำเสนอแก่นักลงทุน  เมื่อนักลงทุนซื้อขาย DW บนกระดานตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ก็จะได้รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขาย DW นั่นเอง