สัญญาเงินดาวน์ กับ อัตราทด DW

โดย www.thaiwarrant.com --


หลายๆ ปีที่ผ่านมา การทำกำไรผ่านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นที่นิยมกันมาก โดยเฉพาะ "การเก็งกำไรบนคอนโดมิเนียม" ซึ่งถือว่ามีความคล่องตัวสูง นักลงทุนที่กระเป๋าหนักหน่อย หรือมีความสามารถในขอสินเชื่อบ้านสูง อาจจะมองเป็นการลงทุนระยะยาวซื้อคอนโดเก็บไว้ซึ่งต้องใช้เงินมากหน่อย สำหรับนักลงทุนที่มีเงินสดจำกัด อาจจะลงทุนเป็นในแง่การเก็งกำไรบนสัญญาเงินดาวน์ (ตัวอย่างเช่น 25% ของมูลค่าคอนโด)
การเก็งกำไรประเภทนี้ถื้อเป็นการ “Leverage” ประเภทหนึ่ง เพราะนักลงทุนไม่ได้เงินทั้งก้อนในการครอบครองกรรมสิทธิบนคอนโด แต่ใช้เงินเพียงเล็กน้อย (เงินดาวน์) เพื่อซื้อสิทธิในการครอบครองคอนโดนั้นในอนาคต
จากตัวอย่างนี้ ถ้าคิดแบบง่ายๆ ก็ ถือว่าเป็น Leverage ประมาณ 4 เท่า (วางเงินดาวน์ 25% หรือ 1 ล้านบาท เพื่อลงทุนบนคอนโดมูลค่า 4 ล้านบาท) เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดที่นักลงทุนถือสัญญาดาวน์ไว้ได้รับความนิยม มีความต้องการสูง นักลงทุนสามารถทำกำไรได้จากการขายสัญญาณดาวน์ที่ลงทุนไว้โดย การเก็งกำไรบนสัญญาเงินดาวน์ประเภทนี้ ถือว่าเป็นตราสารอนุพันธ์ชนิดหนึ่งที่มี “อัตราทด” หรือ Leverage นั่นเอง ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้หลักการนี้ในการทำความเข้าใจความหมายของอัตราทดบน DW ได้
ตัวอย่างเช่น Call DW บนหุ้นอ้างอิง ABC โดย DW ตัวนี้มีอัตราทด 4 เท่า (ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 ล้านบาท เทียบเท่ามูลค่าหุ้นที่ลงทุนจริงๆ 4 ล้านบาท) ถ้าราคาหุ้น ABC มีการปรับตัวขึ้น นักลงทุนที่ลงทุนใน Call DW อันนี้ก็จะได้กำไรจากการที่ราคา DW ปรับตัวขึ้นตาม
นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจหลักการเรื่องอัตราทดนี้ เพื่อที่จะได้รับรู้ถึงความเสี่ยงที่แท้จริงในการลงทุนบน DW (มูลค่าหุ้นที่ลงทุนบนหุ้นอ้างอิง) โดย DW ที่มีอัตราทดสูง หมายถึง นักลงทุนได้ลงทุนบนหุ้นด้วยปริมาณที่สูงตาม พิจารณาตัวอย่างจากตารางข้างล่าง สมมติว่านักลงทุนใช้เงินลงทุนบน DW1 และ DW2 อย่างละ 1 ล้านบาทเท่ากัน แต่มูลค่าที่ลงทุนเทียบเท่าบนหุ้น ABC นั้นสูงกว่าสำหรับกรณี DW2 เพราะมีอัตราทดสูงกว่านั่นเอง
ชื่อ DW บนหุ้นอ้างอิง ABC
อัตราทด(Effective Gearing)
มูลค่าที่ลงทุนบนหุ้น ABC
(เทียบเท่า)
ระดับความเสี่ยง
DW1
2 เท่า
2 ล้านบาท
เสี่ยงน้อยกว่า
DW2
4 เท่า
4 ล้านบาท
เสี่ยงสูงกว่า
สำหรับผู้ที่อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อทาง ED โดยตรง
โทร: 02-658-8921 ถึง 8926
Email: ed-mkt@kgi.co.th
 
Chatbot