
ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลกโดยเฉพาะเยอรมนี และประเทศแถบเอเชีย เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลี ในประเทศไทย เราเคยมี SCB-C1 และ SCIB-C1 ที่ออกโดยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างสูงมาแล้วในอดีต
ปัจจุบัน เคจีไอ เป็นผู้บุกเบิกและเป็นบริษัทหลักทรัพย์รายแรกที่เสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (PTT13CA) แก่นักลงทุนในเดือนมิถุนายน ปี 2552
| Derivative Warrants (DW) |
ไทย ฮ่องกง |
| Covered Warrant |
เยอรมนี |
| Structured Warrant |
สิงคโปร์ |
| Call (Put) Warrant |
ไต้หวัน มาเลเซีย |
| Equity-Linked Warrant |
เกาหลีใต้ |
|
- หลักทรัพย์ที่ผู้ออกให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อ/ขายหลักทรัพย์อ้างอิงได้ตามราคาและช่วงเวลาที่ระบุไว้ล่วงหน้า โดยผู้ถือสามารถเลือกใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ แต่ผู้ออกมีหน้าที่ต้องรับการใช้สิทธินั้นหากผู้ถือยื่นขอ
- ผู้ออก เป็นสถาบันการเงิน ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. และไม่ใช่บริษัทเจ้าของหลักทรัพย์ เช่น บริษัทหลักทรัพย์
- หลักทรัพย์อ้างอิงส่วนใหญ่เป็น หุ้น ดัชนีหุ้น ตะกร้าหุ้น ETF
- DW มี 2 ประเภท : สิทธิในการซื้อ (Call) และสิทธิในการขาย (Put) หลักทรัพย์อ้างอิง
- การถือหลักทรัพย์ของผู้ออกเพื่อรองรับการใช้สิทธิของ DW มี 3 แบบ 1) ถือเต็มจำนวน (Fully-Collateralized) 2) ถือบางส่วน (Partial-Collateralized) และ 3) ไม่ต้องถือเลย (Non-Collateralized)
- วิธีส่งมอบและชำระราคา มี 2 วิธี : ส่งมอบหลักทรัพย์จริง (Physical Settlement) หรือ ชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement)
|

| ลักษณะ |
Warrant |
DW |
| ประเภทตราสาร |
หลักทรัพย์ |
หลักทรัพย์ |
| ผู้ออก |
บริษัทเจ้าของหุ้น |
บริษัทที่ ก.ล.ต.อนุญาต |
| ตลาดซื้อขาย |
SET |
SET |
| หุ้นอ้างอิง |
หุ้น |
หุ้นใน SET50 |
| อายุ |
ไม่เกิน 10 ปี |
2 เดือน – 2 ปี |
| ประเภทสิทธิ |
สิทธิซื้อหุ้น (Call) |
สิทธิซื้อหุ้น (Call) |
| การใช้สิทธิ |
European /
Semi American |
European |
| การส่งมอบ/ชำระราคา |
หุ้น |
เงินสด |
| หลักทรัพย์ที่ส่งมอบ |
หุ้นออกใหม่ |
ไม่มีการออกหุ้นใหม่ |
| ขายชอร์ต |
ไม่ได้ |
ไม่ได้ |
| Market Maker |
ไม่บังคับให้มี |
SET กำหนดให้
มีขั้นต่ำ 1 ราย |
หมวดหลักทรัพย์
บนกระดานตลาดหลักทรัพย์
|
หมวดใบสำคัญแสดงสิทธิ
(Sector: Warrants) |
หมวดใบสำคัญ
แสดงสิทธิอนุพันธ์
(Sector: DW) |
Ceiling / Floor
|
- ไม่มี Ceiling / Floor |
- ไม่มี Ceiling
- Floor ที่ 0.01 บาท |
| ค่านายหน้า (Commission) |
อัตราเดียวกับหุ้น |
อัตราเดียวกับหุ้น |
|

| UUUU |
หุ้นอ้างอิง |
| II |
หมายเลขโบรกเกอร์ของผู้ออก ( KGI = 13) |
| C |
สิทธิซื้อหุ้น ( Call ) |
| A |
รุ่นที่ A ( มี A-Z ) |
|

1) เพิ่มความสามารถในการลงทุน (Gearing) เงินที่นักลงทุนต้องจ่ายเพื่อซื้อ DW คิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินที่จะต้องใช้ซื้อหุ้น ดังนั้นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนใน DW จะสูงกว่าการลงทุนในหุ้นมาก (กำไรมากกว่าและขาดทุนก็อาจมากกว่า)
ตัวอย่าง
ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของบริษัท ABCD ออกโดย KGI รุ่น A
รายละเอียด ณ วันที่ 1 ก.ค. 52 (ABCD13CA)
| วันครบกำหนดอายุ |
: |
30 ธ.ค. 52 |
| วันซื้อขายสุดท้าย |
: |
26 ธ.ค. 52 |
| หุ้นอ้างอิง |
: |
บริษัท ABCD |
| ราคาใช้สิทธิ |
: |
110 บาท |
| อัตราใช้สิทธิ |
: |
1 DW ต่อ 1 หุ้น |
| ราคาหุ้น ABCD |
: |
100 บาท |
| ราคา ABCD13CA |
: |
5 บาท |
วันที่ 1 ก.ค. 52 ถ้านักลงทุนมีเงิน 1,000,000 บาท นักลงทุนสามารถ
- วิธีที่ 1 ลงทุนหุ้น ABCD จำนวน 10,000 หุ้น ที่ราคา 100 บาท (10,000 x 100 = 1,000,000 บาท) หรือ
- วิธีที่ 2 ลงทุน ABCD13CA จำนวน 200,000 หน่วย ที่ราคา 5 บาท (200,000 x 5 = 1,000,000 บาท)
หลังจากนั้น วันที่ 26 ธ.ค. 52 ถ้าราคาของหลักทรัพย์ทั้งคู่เป็นดังนี้
ราคาหุ้น ABCD : 120 บาท
ราคา ABCD13CA : 10 บาท
นักลงทุนจะได้กำไรดังนี้
- วิธีที่ 1 ถ้าซื้อหุ้น ABCD ไว้ นักลงทุนจะขายหุ้นได้ที่ราคา 120 บาท และทำกำไร 200,000 บาท (10,000 x (120-100)) หรือ 20%
- วิธีที่ 2 ถ้าซื้อ ABCD13CA ไว้ นักลงทุนจะขาย ABCD13CA ที่ราคา 10 บาท และทำกำไรได้ถึง 1,000,000 บาท (200,000 x (10-5)) หรือ 100%
จะพบว่า ด้วยเงินลงทุนที่เท่ากัน ถ้าหุ้นขึ้น การลงทุนใน DW จะให้กำไรที่มากกว่าลงทุนในหุ้น แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ ถ้าหุ้นลง การเลือกลงทุนใน DW ก็อาจจะขาดทุนมากกว่าการลงทุนในหุ้นได้เช่นกัน
2) เพื่อการบริหารเงิน กรณีนักลงทุนมีหุ้นอ้างอิงอยู่แล้ว ถ้าเปลี่ยนจากถือหุ้นอ้างอิงมาถือ DW แทน จะใช้เงินลงทุนน้อยลง และสามารถบริหารเงินส่วนเกินเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่าได้
ตัวอย่าง
ถ้านักลงทุนมีหุ้น ABCD อยู่แล้ว 10,000 หุ้น นักลงทุนสามารถขายหุ้นทั้งหมดที่ราคา 100 บาท และซื้อ ABCD13CA จำนวน 10,000 หน่วยแทน ที่ราคา 5 บาท นักลงทุนจะได้รับเงินคืนมา 950,000 บาท(1,000,000 – 50,000)
3) เป็นการลงทุนที่ไม่จำกัดผลตอบแทน แต่จำกัดความเสี่ยง ผู้ถือเป็นผู้มีสิทธิ ไม่มีภาระผูกพันต่อการใช้สิทธิ ดังนั้นความเสี่ยงของผู้ถือจึงถูกจำกัดไว้เพียงแค่ราคาต้นทุนของ DW เท่านั้น ในขณะที่ผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินจาก DW จะเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการถือหุ้นอ้างอิง หากราคาหุ้นอ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิ
4) DW มีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) สำหรับวอร์แรนท์ทั่วไป ไม่มีผู้แลสภาพคล่อง แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ DW ต้องมีผู้ดูแลสภาพคล่องอย่างน้อย 1 ราย ทำให้นักลงทุนสบายใจได้ว่าสามารถซื้อขาย DW ได้ตลอดเวลา |

ผู้ออกให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหุ้นอ้างอิง ตามราคาใช้สิทธิ (Exercise Price) ในช่วงเวลาที่ผู้ออกกำหนด ซึ่งผู้ถือสามารถใช้สิทธิได้โดยอัตโนมัติเมื่อราคาหุ้นอ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิโดยไม่ต้องยื่นเรื่องขอใช้สิทธิ และผู้ถือจะได้รับชำระราคาเป็นเงินสดจากผู้ออก (Cash Settlement) เท่านั้น โดยไม่มีการส่งมอบหุ้นอ้างอิง
ตัวอย่าง
ผู้ถือมี DW 1,000 หน่วย ราคาหุ้นอ้างอิง 15 บาท ราคาใช้สิทธิ 10 บาท และอัตราส่วนการใช้สิทธิ 1 DW ต่อ 1 หุ้น ในกรณีนี้ ผู้ถือจะได้รับเงินจากการใช้สิทธิเท่ากับ 5,000 บาท ((15-10) x 1,000) (ส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นอ้างอิงและราคาใช้สิทธิคูณด้วยจำนวนหุ้นที่มีสิทธิซื้อ)
ระวัง : ผู้ถือต้องยื่นเสียภาษีเงินได้จากการใช้สิทธิบนรายได้ 5,000 บาท |

1) ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของผู้ออก DW มีความเสี่ยงมากกว่าวอร์แรนท์ เนื่องจากผู้ออกวอร์แรนท์ คือ บริษัทเจ้าของหุ้น ดังนั้นเมื่อผู้ถือวอร์แรนท์ใช้สิทธิก็ไม่มีความเสี่ยงที่จะต้องกังวลว่าใช้สิทธิแล้วไม่ได้หุ้น เพราะบริษัทเจ้าของหุ้นสามารถจดทะเบียนเพิ่มทุนเพื่อนำหุ้นมารองรับการใช้สิทธิได้ตลอดเวลา
แต่กรณีของ DW ผู้ออกไม่ใช่บริษัทเจ้าของหุ้น เมื่อผู้ถือใช้สิทธิ ผู้ออกต้องหาหุ้นเพื่อรองรับการใช้สิทธิ นั่นก็คือความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ที่ผู้ออกอาจไม่มีหุ้นรองรับการใช้สิทธิ นักลงทุนจึงควรพิจารณาถึงความเสี่ยงในส่วนนี้ด้วย ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่สามารถออก DW ไว้ นักลงทุนจึงวางใจได้ส่วนหนึ่งว่าผู้ออกต้องมีความน่าเชื่อถือและความสามารถที่จะบริหารความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐาน
2) ความเสี่ยงด้านราคา DW นอกจากราคาซื้อขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เป็นไปตาม Demand และ Supply แล้ว ราคา DW ยังเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย
| ปัจจัย |
เพิ่มขึ้น / ลดลง |
ผลกระทบต่อราคา DW |
| ราคาหุ้นอ้างอิง |
  |
  |
| ความผันผวนของหุ้นอ้างอิง |
  |
  |
| อายุคงเหลือของ DW |
  |
  |
| อัตราดอกเบี้ย |
  |
  |
| เงินปันผลของหุ้นอ้างอิง |
  |
  |
หากนักลงทุนซื้อ DW แล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยข้างต้น ทำให้ราคา DW ลดลง นักลงทุนอาจขาดทุนจากการซื้อ DW ด้วย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในด้านราคานี้ ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากวอร์แรนท์ปกติ ซึ่งก็มีความเสี่ยงในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
3) DW มีอายุจำกัด ในต่างประเทศ DW มีอายุประมาณ 6 เดือน นักลงทุนสามารถซื้อขาย DW ได้ถึงวันซื้อขายสุดท้าย ผู้ถือไม่จำเป็นต้องถือ DW ไว้จนถึงวันหมดอายุเพื่อจะทำกำไร นักลงทุนสามารถซื้อ DW ใน วันเสนอขายวันแรก หรือซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และขายในอีกวันสองวันต่อมา อาทิตย์ต่อมา เดือนต่อมา หรือถือครองไว้จนถึงวันหมดอายุ กำไรขาดทุนจะแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของการถือ DW สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ DW จะไม่มีมูลค่าเมื่อหมดอายุแล้ว |

ผู้ออกก็ได้รับผลประโยชน์จากการออก DW เช่นกันแต่ ไม่ใช่กำไรจากเงินค่าขาย DW ดังที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็นกำไรจากการบริหารความเสี่ยงจากการออก DW เพราะผู้ออกต้องซื้อหุ้นอ้างอิงบางส่วนเพื่อป้องกันความเสี่ยง หากหุ้นอ้างอิงมีราคาสูงขึ้น ผู้ออกก็ต้องซื้อหุ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากหุ้นอ้างอิงนั้นมีราคาลดต่ำลง ผู้ออกก็ต้องขายหุ้นที่ซื้อมานั้นออกไป ดังนั้น ผลกำไรของการออก DW จึงอยู่ที่ความสามารถในการจัดการซื้อขายหุ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้
นอกจากนี้ ในแง่การตลาด การออก DW ยังเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบใหม่เพื่อนำเสนอแก่นักลงทุน เมื่อนักลงทุนซื้อขาย DW บนกระดานตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ก็จะได้รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขาย DW นั่นเอง |

นักลงทุนสามารถลงทุนใน DW ได้เหมือนการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยสามารถซื้อ DW ได้จาก 2 แหล่งคือ
- จากการที่ผู้ออกเสนอขายต่อประชาชนโดยตรง (IPO)
- ซื้อในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ DW ได้รับการจดทะเบียนและได้รับอนุญาตให้ซื้อขายแล้ว
หากนักลงทุนท่านใดมีคำถามเกี่ยวกับ DW โปรดติดต่อฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ของบริษัท เรายินดีที่จะให้ข้อมูลแก่ท่านเสมอ |
|