Home
SITEMAP    | TEXT SIZE AA      TH | EN  

  • DW คืออะไร
  • DW ในต่างประเทศ
  • ราคา Real Time
  • ปฏิทิน DW
  • KGI
  • Base Filing
  • ADVA13CD  
  • ADVA13PB  
  • AOT13CB  
  • AOT13CC  
  • AOT13PA  
  • BANP13CE  
  • BANP13CF  
  • BANP13PB  
  • BAY13CC  
  • BAY13PA  
  • BBL13CB  
  • BBL13CC  
  • BBL13PA  
  • BBL13PB  
  • BGH13CB  
  • BGH13CC  
  • BGH13PA  
  • BH13CA  
  • BH13CB  
  • BJC13CA  
  • BLA13CB  
  • BLA13CC  
  • BLA13PA  
  • CPF13CB  
  • CPF13PA  
  • CPF13PB  
  • DCC13CA  
  • DELT13CA  
  • DELT13CB  
  • DTAC13CB  
  • DTAC13CC  
  • DTAC13PB  
  • ESSO13CB  
  • ESSO13CC  
  • HMPR13CB  
  • HMPR13CC  
  • HMPR13PA  
  • IRPC13CC  
  • IRPC13PA  
  • IVL13CD  
  • IVL13CE  
  • IVL13PB  
  • IVL13PC  
  • KBAN13CE  
  • KBAN13PB  
  • KK13CA  
  • KK13CB  
  • KTB13CC  
  • KTB13CD  
  • KTB13PA  
  • PS13CC  
  • PS13PA  
  • PTT13CF  
  • PTT13PB  
  • PTTE13CE  
  • PTTE13PA  
  • PTTG13CA  
  • PTTG13PA  
  • ROBI13CA  
  • SCB13CB  
  • SCB13PB  
  • SCC13CD  
  • SCC13PB  
  • SPAL13CA  
  • SSI13CB  
  • STA13CC  
  • STA13PA  
  • TCAP13CD  
  • THAI13CB  
  • THAI13PA  
  • TMB13CC  
  • TMB13PA  
  • TOP13CC  
  • TOP13CD  
  • TOP13PB  
  • TPIP13CB  
  • TRUE13CC  
  • TRUE13PA  
  • DW ที่หมดอายุแล้ว
  • ADVA13CA
  • ADVA13CB
  • ADVA13CC
  • ADVA13PA
  • AOT13CA
  • BANP13CA
  • BANP13CB
  • BANP13CC
  • BANP13CD
  • BANP13PA
  • BAY13CA
  • BAY13CB
  • BBL13CA
  • BCP13CA
  • BEC13CA
  • BGH13CA
  • BLA13CA
  • BTS13CA
  • BTS13CB
  • CPAL13CA
  • CPAL13CB
  • CPF13CA
  • CPN13CA
  • DTAC13CA
  • DTAC13PA
  • EGCO13CA
  • ESSO13CA
  • ESSO13PA
  • GLOW13CA
  • HMPR13CA
  • IRPC13CA
  • IRPC13CB
  • IVL13CA
  • IVL13CB
  • IVL13CC
  • IVL13PA
  • KBAN13CA
  • KBAN13CB
  • KBAN13CC
  • KBAN13CD
  • KBAN13PA
  • KTB13CA
  • KTB13CB
  • LH13CA
  • LH13CB
  • MINT13CA
  • PS13CA
  • PS13CB
  • PTT13CA
  • PTT13CB
  • PTT13CC
  • PTT13CD
  • PTT13CE
  • PTT13PA
  • PTTA13CA
  • PTTA13CB
  • PTTA13CC
  • PTTC13CA
  • PTTC13CB
  • PTTC13CC
  • PTTC13CD
  • PTTE13CA
  • PTTE13CB
  • PTTE13CC
  • PTTE13CD
  • SCB13CA
  • SCB13PA
  • SCC13CA
  • SCC13CB
  • SCC13CC
  • SCC13PA
  • SSI13CA
  • STA13CA
  • STA13CB
  • TCAP13CA
  • TCAP13CB
  • TCAP13CC
  • THAI13CA
  • TISC13CA
  • TMB13CA
  • TMB13CB
  • TOP13CA
  • TOP13CB
  • TOP13PA
  • TPIP13CA
  • TRUE13CA
  • TRUE13CB
  • TTA13CA
  • TTA13CB
  • TUF13CA
  • อื่นๆ
  • สัมมนา/กิจกรรม
  • ตารางสัมมนา
  • ภาพกิจกรรม
  • ข่าวกิจกรรม
  • บทความดีดี
  • ศัพท์น่ารู้
  • ถาม-ตอบ
  • แบบทดสอบ
  • หน้าแรก > เกี่ยวกับเรา
    บริการของเรา - ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์
    ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (บริษัท) จัดตั้งขึ้นในปี 2542 โดยปัจจุบันฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์จัดหาสินค้าและบรการที่หลากหลาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

    ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

    เป็นเวลากว่า 5 ปี ที่บริษัทได้เตรียมความพร้อมให้กับพนักงาน พร้อมทั้งพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants : DW)

    ในปี 2552 บริษัทเป็นบริษัทหลักทรัพย์รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ออก DW โดยในปี 2552 นี้ บริษัทได้ออก DW ทั้งหมด 3 ตัว ได้แก่ PTT13CA, KBAN13CA และ PTTE13CA โดย DW ทั้ง 3 ตัว ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงโดยได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั้งในช่วงการขาย IPO และการซื้อขายบนกระดานตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีมูลค่าการจองซื้อในช่วง IPO รวมทั้ง 3 ตัวประมาณ 150 ล้านบาท

    เนื่องจาก DW เป็นสินค้าใหม่ บริษัทจึงมีแผนในการจัดอบรมและสัมมนาให้ความรู้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แนะนำกลยุทธ์ในการซื้อขาย และสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนใน DW ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความเป็นสากลเทียบเท่าตลาดภูมิภาค พร้อมทั้งบริษัทมีแผนในการ Roadshow นักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ และเพื่อดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทยมากขึ้น โดยบริษัทได้จัดทำเวบไซต์ รวบรวมข้อมูล DW ในประเทศไทยขึ้นเป็นเวบไซต์แรกมีชื่อว่า www.thaiwarrant.com โดยนักลงทุนสามารถหาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ DW ทุกตัวของประเทศไทยได้จากเวบไซต์นี้

    ประวัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

    ในปี 2552 บริษัทออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ดังนี้

     ชื่อของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์วันที่เสนอขายวันครบกำหนดอายุ
    1. PTT13CA 22 - 30 มิถุนายน 255218 ธันวาคม 2552
    2. KBAN13CA 10 - 21 สิงหาคม 2552 19 กุมภาพันธ์ 2553
    3. PTTE13CA 19 - 30 ตุลาคม 2552 30 เมษายน 2553

    ธุรกิจการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

    บริษัทเป็นบริษัทหลักทรัพย์แห่งแรกในประเทศไทยที่ให้บริการธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Stock Borrowing and Lending : SBL) ทั้งในฐานะตัวการ (Principal) และในฐานะนายหน้าหรือตัวแทน (Agent) กับลูกค้าที่ต้องการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ได้แก่ 1. ผู้ให้ยืมประเภทลูกค้าสถาบัน 2. ผู้ยืมประเภทลูกค้าสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ 3. ผู้ยืมประเภทลูกค้าบุคคลธรรมดา โดยบริการ SBL นี้ เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสภาพคล่องและสร้างเสถียรภาพของราคาให้กับหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ของไทย

    สำหรับปี 2552 ที่ผ่านมา จากภาวะตลาดที่ผันผวนทำให้ธุรกรรม SBL ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ และโดยเฉพาะลูกค้าบุคคลธรรมดาที่มีมูลค่าการยืมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัวจากปี 2551 ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการ "ชอร์ตหุ้นเพื่อน้อง" ของฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ โดยบริษัทได้รวบรวมยอดการยืมหลักทรัพย์ทั้งหมดของลูกค้าบุคคลธรรมดา ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2552- 30 ธันวาคม 2552 และทุก ๆ ยอดการยืม 1 ล้านบาท คิดเป็นเงินบริจาค 100 บาท ซึ่งบริษัทได้ยอดบริจาครวมทั้งหมด 16,400 บาท เพื่อบริจาคให้กับสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด และมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งแสดงถึงการตอบแทนกลับสู่สังคมอย่างแท้จริง

    สำหรับปี 2553 บริษัทมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าและปรับปรุงธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ดังนี้

    1. ลดค่าธรรมเนียม SBL เพื่อรองรับการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมและตอบแทนให้กับลูกค้าของบริษัท รวมทั้งเป็นการแนะนำธุรกรรม SBL ให้กับนักลงทุนรายใหม่ที่ยังไม่เคยทำธุรกรรม SBL อีกด้วย

    2. ขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีแนวโน้มสนใจจะยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ไทย

    3. พิจารณาพัฒนาระบบ SBL เพื่อบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แบบเงินสดเพิ่มเติมจากบัญชีเครดิตบาลานซ์ ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. อนุญาตให้ทำได้แล้ว

    4. พิจารณาพัฒนาการให้บริการ SBL บนระบบ Direct Market Access (DMA) สำหรับลูกค้าสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาการให้บริการ SBL บน Internet สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา เพื่อให้ทั้งลูกค้าสถาบันและบุคคลธรรมดาสามารถทำรายการ SBL บนระบบ DMA และ Internet ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

    ธุรกิจตราสารอนุพันธ์นอกตลาด

    บริษัทได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับลูกค้าของบริษัทอยู่เสมอ บริษัทได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับธุรกรรมอนุพันธ์มานานกว่า 10 ปี ทั้งนี้ บริษัทได้รับการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และระบบงานจากทางกลุ่มเคจีไอซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โดยกลุ่มเคจีไอได้ส่งผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในธุรกรรมตราสารอนุพันธ์มาอบรมให้ความรู้แก่พนักงานของบริษัท เพื่อให้มีความพร้อมในธุรกรรมใหม่นี้ ในขณะเดียวกัน บริษัทก็ได้ส่งพนักงานไปศึกษาตลาดอนุพันธ์ของประเทศไต้หวันและฮ่องกง ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าในประเทศไทยด้วย

    บริษัทใช้ระบบงานและโปรแกรมแบบเดียวกับที่ใช้ในประเทศไต้หวันและฮ่องกง ซึ่งโปรแกรมนี้ได้รับการยอมรับจากผู้ค้าอนุพันธ์ในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศ จึงสามารถใช้งานในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรมดังกล่าวช่วยป้องกันความเสี่ยงสำหรับการทำ Hedging ในธุรกรรมอนุพันธ์ของบริษัทได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางกลุ่มเคจีไอและบริษัทยังได้มีการพัฒนาโปรแกรมดังกล่าวตลอดเวลา เพื่อให้รองรับกับสภาพตลาดในทุกสถานการณ์ บริษัทจึงมีความพร้อมอย่างสูงสุดในการให้บริการตราสารอนุพันธ์แก่ลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทเน้นให้บริการแก่ลูกค้าสถาบันที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทนจากอนุพันธ์เป็นอย่างดี โดยมีผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้

    1. อนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาด

    อนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาด เป็นตราสารที่ออกแบบและปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

    ปี 2552 เป็นปีที่ตลาดมีความผันผวนสูง ทำให้อนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาดของบริษัทได้รับความนิยมอย่างมาก จากลูกค้าสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงกองทุนส่วนบุคคล เพื่อใช้บริหารความเสี่ยง และเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน โดยอนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาดที่บริษัทพร้อมให้บริการ ได้แก่

    1) ออปชั่นพื้นฐาน ได้แก่ คอลออปชั่น และ พุทออปชั่น

    2) ออปชั่นแบบผสม ได้แก่ คอลสเปรดออปชั่น พุทสเปรดออปชั่น แสตรงเกิล ฯลฯ

    3) ออปชั่นที่มีความซับซ้อน นอกจากออปชั่นพื้นฐานและออปชั่นแบบผสมแล้ว ปัจจุบันบริษัทได้ให้บริการ ตราสารอนุพันธ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น เอเชี่ยนคอลสเปรดออปชั่น ดิจิตอลคอลออปชั่น ออโต้รีเดมชั่นออปชั่น ฟอร์เวิร์ดสตาร์ทออปชั่น หิมาลายาออปชั่น ฯลฯ รวมทั้งบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เหมาะสมและยอมรับได้

    ปี 2553 บริษัทคาดว่าตลาดยังผันผวนจากปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงมีแนวโน้มที่ต่ำ เป็นที่คาดการณ์ว่าอนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาดของบริษัทจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยบริษัทยังได้ร่วมกับกลุ่มเคจีไอ และธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียงดี ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจตราสารอนุพันธ์นอกตลาด เพื่อออกผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงสินค้า/ดัชนี ต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและยุโรป บริษัทได้มีการจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าของบริษัทมีความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารอนุพันธ์อย่างดี ก่อนลงทุนกับบริษัท ซึ่งอนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาดนี้ จะช่วยในการลดความเสี่ยงและเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับลูกค้าได้

    2. Structured Products

    บริษัทได้เน้นพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ โดยการผสานอนุพันธ์ตราสารทุนนอกตลาดกับตราสารทางการเงิน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการลงทุนทั้งในตลาดทุนและตลาดเงิน ซึ่งลูกค้าของบริษัทจะเป็นลูกค้าประเภทสถาบันและกองทุนส่วนบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในอนุพันธ์เป็นอย่างดี โดย Structured Products ที่บริษัทนำเสนอได้แก่ Equity Linked Note

    Equity Linked Note (ELN) เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าที่ต้องการลงทุนในตราสารทางการเงินระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง และสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ได้ ปัจจุบันบริษัทได้เสนอขาย ELN หลากหลายรูปแบบ มีอายุไม่เกิน 270 วัน และผลตอบแทนขึ้นอยู่กับราคาของหุ้นรายตัวรวมทั้ง TDEX TFTSE หรือกลุ่มหลักทรัพย์ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานดีและมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง หรือดัชนีหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตัวอย่างของ ELN ที่บริษัทเสนอขายเช่น ELN-Vanilla, ELN-Buffer, ELN-Up&Out, ELN-4U, ELN-StepUp, ELN-KO, และ ELN-Accumulator.

    ทั้งนี้ในปี 2552 บริษัทยังได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในประเทศในการร่วมกันออก Structured Products เพื่อตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มลูกค้าเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ โดยสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

    บริษัทจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนา Structured Products รูปแบบใหม่ ที่น่าสนใจและอยู่ในความต้องการของนักลงทุนต่อไปในปี 2553 นี้

    กองทุนอิควิตี้ อีทีเอฟ

    บริษัทร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด (บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น ร้อยละ 97) และบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำอีก 4 แห่ง รวมทั้งที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการลงทุนจากต่างประเทศ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้จัดตั้งและบริหารจัดการกองทุนอิควิตี้อีทีเอฟกองแรกของไทย ในชื่อกองทุนเปิดไทยเด็กซ์เซ็ท 50 อีทีเอฟ หรือ TDEX ตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งบริษัททำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker: MM) ในการซื้อขาย TDEX ในตลาดรอง และเป็นผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุน (Participating Dealer: PD) ในการเพิ่มและไถ่ถอน TDEX ในตลาดแรก โดยวันที่ 31 ธันวาคม 2552 TDEX มีขนาดกองทุน (Asset Under Management: AUM) 2,547 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 152 จาก 1,011 ล้านบาท ในช่วงที่ก่อตั้งกองทุนเดือน สิงหาคม 2550

    จากความสำเร็จของ TDEX ในปี 2550 - 2551 ที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2552 บริษัทและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำอีก 5 แห่ง ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนอิควิตี้อีทีเอฟกองที่สามของไทย ในชื่อกองทุนเปิดไทยเด็กซ์ FTSE Set Large Cap ETF หรือ TFTSE โดยเสนอขายในระหว่างวันที่ 20 - 28 กรกฎาคม 2552 TFTSE มีขนาดกองทุน (Asset Under Management: AUM) เริ่มต้นที่ 166 ล้านบาท หรือจำนวน 22 ล้านหน่วย

    ในปี 2553 บริษัทคาดว่าขนาดกองทุน TDEX และ TFTSE จะเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท ตามลำดับ บริษัทเชื่อมั่นว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากมั่นใจในศักยภาพของทีมงาน ภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น และการได้รับความนิยมของ TDEX และ TFTSE ที่เพิ่มขึ้นตลอดมา

    หน้าหลัก | เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์

    ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์

    บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  
    173 อาคารเอเซีย เซ็นเตอร์ชั้น 8-11 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
    โทร : (662) 658-8921-27 แฟกซ์ : (662) 658-8655 อีเมล์ : ed-mkt@kgi.co.th